ตลอดระยะเวลา 2 วันของงานประชุม อัดแน่นไปด้วย 4 ไฮไลต์หลัก ได้แก่ พิธีเปิดงาน, การเสวนาคู่ขนาน 4 หัวข้อ, การประชุมสัมมนาทางวิชาการในวาระครบรอบ 70 ปีแห่งการขุดค้นสุสานติ้งหลิง และนิทรรศการพิเศษจัดแสดงโบราณวัตถุสมัยราชวงศ์หมิง ซึ่งสามารถผสานความลุ่มลึกทางวิชาการเข้ากับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนได้อย่างลงตัว พร้อมยกระดับสู่การเป็นเวทีแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมหมิงระดับชาติที่เปี่ยมด้วยความเป็นมืออาชีพและก้าวไกลสู่สายตาชาวโลก
ท่องโลกเสมือนจริงข้ามกาลเวลา 6 ศตวรรษด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย
พิธีเปิดงานในเวลา 9:00 น. เริ่มต้นขึ้นอย่างน่าตื่นตาตื่นใจด้วยภาพยนตร์สั้นจากเทคโนโลยี AI เรื่อง “Chang Xiaoming Takes You on a Tour of Ming Culture” โดยมี “ฉางเสี่ยวหมิง” มนุษย์ดิจิทัลในรูปแบบโฮโลแกรมรับหน้าที่พาทุกคนข้ามมิติไปเยือนสถานที่ประวัติศาสตร์สำคัญ เช่น พระราชวังต้องห้าม เมืองก่งหัว ด่านจวียง และสุสานราชวงศ์หมิง ซึ่งการหลอมรวมโลกจริงและโลกเสมือนได้อย่างแนบเนียนนี้ ได้ช่วยคืนชีวิตให้แก่ภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ตระการตาของราชวงศ์หมิงอีกครั้ง

นอกจากนี้ บรรยากาศในงานยังถูกร้อยเรียงด้วยการแสดงดนตรีประกอบบทกวีสมัยราชวงศ์หมิงเรื่อง “Song of Tomorrow” ที่สะท้อนปรัชญาอันลึกซึ้งของปัญญาชนยุคหมิง ควบคู่ไปกับการจัดแสดงเทคโนโลยีโฮโลแกรมอินเตอร์แอคทีฟ “Chang Xiaoming: A Record of Ming Dynasty Knowledge” โดยมนุษย์ดิจิทัลรายนี้ได้ร่วมโต้ตอบกับโบราณวัตถุและเปิดฉากบทสนทนาเสมือนจริงกับเหล่านักปราชญ์ในอดีต เกิดเป็นเวทีแลกเปลี่ยนทางปัญญาที่ก้าวข้ามกาลเวลากว่า 600 ปี
ถอดรหัสประวัติศาสตร์ผ่านมุมมองผู้เชี่ยวชาญ และแนวคิด “ธีมพาร์ควัฒนธรรม”
แกนกลางทางวิชาการของงานในครั้งนี้ขับเคลื่อนด้วยการปาฐกถาพิเศษ 3 หัวข้อหลัก โดย ศาสตราจารย์ เหมา เพ่ยฉี (Mao Peiqi) จากมหาวิทยาลัยเหรินหมินแห่งประเทศจีน และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประจำสมาคมศึกษาประวัติศาสตร์ราชวงศ์หมิงแห่งประเทศจีน ได้บรรยายในหัวข้อ “The Ming Dynasty: A Crucial Stage in the Development of a Unified Multi-Ethnic China” ชี้ให้เห็นบทบาทของราชวงศ์หมิงในการวางรากฐานการหลอมรวมหลากหลายชาติพันธุ์ให้เป็นหนึ่งเดียว ขณะที่ ซ่าน จี้เสียง (Shan Jixiang) ภัณฑารักษ์คนที่ 6 ของพิพิธภัณฑ์พระราชวัง ได้ร่วมถ่ายทอดในหัวข้อ “The Chinese Cultural Heritage and Cultural Confidence” เพื่อเผยความสำคัญของการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมหมิงในยุคปัจจุบัน และปิดท้ายด้วย เฉิน เซียวซาน (Chen Xiaoshan) นักวิจัยจากสถาบันประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ สังกัดสถาบันวิทยาศาสตร์จีน ที่มาเจาะลึกผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม จากการหลั่งไหลเข้ามาของพืชผลและสินค้าจากทวีปอเมริกาในสมัยราชวงศ์หมิง
ในส่วนของเวทีเสวนา สามผู้ทรงคุณวุฒิอย่าง หลิว โจว (Lyu Zhou) จากมหาวิทยาลัยชิงหวา, ถัง เกิงเซิ่ง (Tang Gengsheng) จากสมาคมวิจัยจูหยวนจาง และหู ฮั่นเซิง (Hu Hansheng) ผู้เชี่ยวชาญด้านมรดกทางวัฒนธรรมประจำสุสานราชวงศ์หมิง ได้ร่วมกันเปิดประเด็นและแลกเปลี่ยนทัศนะเกี่ยวกับความจำเป็นและความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการธีมพาร์ควัฒนธรรมราชวงศ์หมิงในอนาคต
ต่อยอดแบรนด์ “ฉางผิง” มุ่งสู่แพลตฟอร์มวัฒนธรรมระดับโลก
นับตั้งแต่การจัดงานครั้งแรกเมื่อปี 2562 เขตฉางผิงได้เดินหน้ายกระดับแบรนด์วัฒนธรรมราชวงศ์หมิงอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน โดยประสบความสำเร็จในการจัดการประชุมหลัก 5 ครั้ง การเสวนาคู่ขนาน 23 หัวข้อ การสัมมนาทางวิชาการ 3 ครั้ง นิทรรศการโบราณวัตถุธีมพิเศษ 12 ครั้ง และกิจกรรมบรรยายความรู้ “Ming Dynasty Lecture Series” อีก 36 ครั้ง มีผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมกว่า 270 ท่าน ยอดผู้เข้าร่วมงานสะสมรวมกว่า 2,600 คน และมีการรวบรวมผลงานวิจัยตีพิมพ์เป็นหนังสือถึง 10 เล่ม ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มชั้นนำระดับโลกสำหรับการศึกษาวิจัยและแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมราชวงศ์หมิง
เขตฉางผิงได้อาศัยความเป็นจุดตัดของเส้นทางสายวัฒนธรรมหลักทั้ง 3 สายเพียงแห่งเดียวในปักกิ่ง พัฒนาระบบอนุรักษ์แบบครบวงจร ทั้งการบูรณะแหล่งมรดกโลกสุสานราชวงศ์หมิง การร่วมมือจัดนิทรรศการกับกลุ่มสุสานจักรพรรดิราชวงศ์หมิงทั่วประเทศ และการสร้างแพลตฟอร์มจัดแสดงดิจิทัล รวมถึงการสร้างสรรค์ลิขสิทธิ์ (IP) “ฉางเสี่ยวหมิง” และมินิโปรแกรมออนไลน์เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงด่านจวียง น้ำพุไป่ฟู่ และสุสานราชวงศ์หมิง เข้าด้วยกันเป็นเส้นทางท่องเที่ยวสายวัฒนธรรมแบบเบ็ดเสร็จ ควบคู่ไปกับการจัดตั้งแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนจีน มรดกดิจิทัล และการอนุรักษ์กำแพงเมืองจีน เพื่อขับเคลื่อนทรัพยากรทางวัฒนธรรมไปพร้อมกับภาคอุตสาหกรรม โดยได้รับการสนับสนุนจากสื่อมวลชนรายใหญ่ในการเผยแพร่เรื่องราวสู่สากล
แผนยุทธศาสตร์ 5 ทิศทาง ขับเคลื่อนปักกิ่งสู่ศูนย์กลางวัฒนธรรม
สำหรับก้าวต่อไปในอนาคต เขตฉางผิงพร้อมขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์เชิงลึกใน 5 ทิศทางหลัก ได้แก่
- การสร้างกลไกการวิจัยระยะยาวร่วมกับสมาคมศึกษาประวัติศาสตร์ราชวงศ์หมิงแห่งประเทศจีนเพื่อยกระดับงานวิชาการ
- การเร่งผลักดันและก่อสร้างโครงการธีมพาร์ควัฒนธรรมราชวงศ์หมิงเพื่อบูรณาการทรัพยากรในพื้นที่สุสานหลวงฯ
- การนำเทคโนโลยีระบบจัดแสดงดิจิทัลและระบบตรวจเฝ้าระวังโบราณวัตถุมาใช้ในการอนุรักษ์มรดก
- การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบนเส้นทางสายวัฒนธรรมทั้ง 3 สายเพื่อปั้น IP การท่องเที่ยวหมิงที่โดดเด่น
- การขยายขีดความสามารถด้านการสื่อสารระดับสากลเพื่อถ่ายทอดความรุ่งเรืองของอารยธรรมราชวงศ์หมิงสู่สายตาชาวโลก
ความมุ่งมั่นทั้งหมดนี้ตั้งเป้าที่จะนำมรดกโลกมาเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการพัฒนาเมืองอย่างมีคุณภาพ และผลักดันให้กรุงปักกิ่งก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมระดับชาติต่างๆ อย่างยั่งยืน