
การจัดเวทีครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของเมืองฮูฮอต ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น “World Dairy Capital” หรือ “เมืองหลวงแห่งอุตสาหกรรมนมโลก” โดยในพิธีเปิดการประชุมอุตสาหกรรมนมโลกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม สหพันธ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหารนานาชาติ (IUFoST) ได้มอบป้ายประกาศเกียรติคุณและรางวัลที่ระลึกเพื่อรับรองสถานะดังกล่าว โดย Pan Gang ประธานกรรมการและประธานบริหาร Yili Group เข้าร่วมพิธีในฐานะตัวแทนเพียงหนึ่งเดียวจากภาคอุตสาหกรรมนมระดับโลก
จากเมืองที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองหลวงแห่งอุตสาหกรรมนมของจีนในปี 2548 สู่การเป็น “World Dairy Capital” ในปี 2569 เมืองฮูฮอตได้เติบโตขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมนมระดับโลก โดย Yili มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาการดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการนำแนวทางด้านความยั่งยืนมาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอุตสาหกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า
หนึ่งในแนวทางสำคัญของ Yili คือการบุกเบิกแนวคิด “Dual Footprint” ซึ่งครอบคลุมทั้ง Carbon Footprint และ Water Footprint เพื่อบริหารจัดการและลดการปล่อยคาร์บอน รวมถึงลดการใช้น้ำตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม โดยมุ่งเปลี่ยนแนวคิดด้านความยั่งยืนให้เป็นแนวทางที่สามารถนำไปปฏิบัติและวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรมในทุกขั้นตอน
เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ Yili ยังเป็นผู้นำในการจัดตั้งพันธมิตรระดับโลก ได้แก่ Zero Carbon Alliance และ Low Water Footprint Initiative Alliance พร้อมทั้งร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ เช่น Tencent และ Lenovo ในการเปิดตัวโครงการ Sustainable Social Value Collaborative เพื่อส่งเสริมการบูรณาการคุณค่าทางสังคม คุณค่าทางธุรกิจ และคุณค่าด้านเงินทุนเข้าด้วยกัน ภายใต้แนวคิดการสร้างสรรค์ร่วมกัน การได้รับประโยชน์ร่วมกัน และการแบ่งปันผลลัพธ์ร่วมกัน
แนวทางดังกล่าวยังได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดย ณ สิ้นปี 2568 แนวทางการลดการปล่อยคาร์บอนของ Yili ได้รับการนำเสนอเป็นกรณีศึกษาในรายงานความก้าวหน้าของจีนในการดำเนินการตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2573 (ฉบับปี 2568) ซึ่งจัดทำโดยศูนย์ความรู้เพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (CIKD) สะท้อนถึงความก้าวหน้าในการนำแนวคิดด้านความยั่งยืนมาสู่การปฏิบัติจริงในภาคอุตสาหกรรม
ขณะเดียวกัน การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนมสู่อนาคตที่ยั่งยืนไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นหารือภายใน Sustainability Forum ครั้งนี้
Dominik Wisser เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านนโยบายปศุสัตว์ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) กล่าวว่า อุตสาหกรรมนมมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารและการจัดหาโภชนาการ ขณะเดียวกันกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความไม่สมดุลด้านการพัฒนา การรับมือกับความท้าทายเหล่านี้จึงจำเป็นต้องอาศัยความเป็นผู้นำจากบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมนม ควบคู่กับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมนมที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำ
FAO จะยังคงส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความร่วมมือทางเทคนิคระหว่างประเทศ เพื่อสนับสนุนประเทศต่าง ๆ ในการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนของอุตสาหกรรมนม ขณะที่เวที Sustainability Forum ของ Yili ทำหน้าที่เป็นพื้นที่สำคัญในการเชื่อมโยงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางและสร้างความร่วมมือสำหรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม
การจัดประชุมครั้งนี้จึงช่วยสร้างฉันทามติในวงกว้าง และวางแนวทางสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมนมโลกอย่างยั่งยืนในยุคหลังปี 2573 พร้อมสะท้อนถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมนมจีนในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในระดับโลก โดยมี Yili เป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญของการผสานความยั่งยืนเข้ากับการพัฒนาอุตสาหกรรม และการเปลี่ยนแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นการดำเนินงานที่สามารถวัดผลและขยายผลได้ตลอดห่วงโซ่คุณค่า