ไทยโพสต์

ซูโจว ผสานเศรษฐกิจคู่วัฒนธรรม ผ่านเวทีประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค

เมืองซูโจวได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค (APEC) ครั้งที่ 32 ระหว่างวันที่ 22-23 พฤษภาคม 2569 โดยนครแห่งสายน้ำที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,500 ปีแห่งนี้ ได้แสดงศักยภาพการพัฒนาเศรษฐกิจที่สอดประสานกับวัฒนธรรมดั้งเดิมอย่างลงตัวดั่ง “ภาพปักสองหน้า” อันขึ้นชื่อ

ซูโจว ผสานเศรษฐกิจคู่วัฒนธรรม ผ่านเวทีประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค

ปัจจุบันซูโจวถือเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของจีน ด้วยมูลค่าผลผลิตอุตสาหกรรมกว่า 4.9 ล้านล้านหยวน พร้อมทั้งมีซอฟต์พาวเวอร์ที่โดดเด่นจากการเป็นเมืองร้อยสวนและร้อยพิพิธภัณฑ์ ซึ่งใช้การจัดวางโครงสร้างอันประณีตของสวนโบราณมาเป็นแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเป็นหน้าต่างบานสำคัญในการเปิดประเทศ

บรรยากาศการจัดประชุมถูกเนรมิตให้เป็น “ห้องรับแขกทางวัฒนธรรม” โดยจำลองแบบจากสวนคลาสสิกซูโจวในโทนสีฟ้าอ่อนเพื่อต้อนรับแขกผู้มาเยือนอย่างอบอุ่น ภายในงานมีการสาธิตงานปักผ้าซูโจวอันวิจิตรโดย ยฺหวี จฺวินเหยา ช่างปักรุ่นใหม่ที่นำวรรณกรรม “บันทึกหอประจิม” มาถ่ายทอดผ่านฝีเข็มเพื่อเชื่อมโยงผู้คนผ่านความงามสากล นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิมพ์ภาพแกะไม้เถาฮฺวาอู้ชุด “ปรองดองเป็นหนึ่งเดียว” และภาพมงคลต้อนรับปีมะเมียโดย เฉียว หลานหรง ผู้สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสภูมิปัญญาเรื่องการเปลี่ยนผ่านฤดูกาลและนำผลงานกลับไปเป็นที่ระลึก

ในโอกาสนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทย พร้อมด้วยคณะนักธุรกิจและสื่อมวลชนต่างชาติ ได้ร่วมกันปักผ้าชุดพิเศษ “APEC CHINA 2026” เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือร่วมใจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

ขณะเดียวกันยังมีการนำนวัตกรรมมาสืบสานมรดกวัฒนธรรม เช่น การออกแบบกระดุมจีนเป็นเข็มกลัดรูปดอกหอมหมื่นลี้และปูขน รวมถึงการนำลวดลายสิบสองนักษัตรมาสร้างสรรค์บนผลิตภัณฑ์ผ้าไหมของบริษัท ซูโจว ไท่หู สโนว์ ซิลก์ จำกัด ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่และชาวต่างชาติ

ในการต่อยอดสู่สากล เฉิน เหวิน ผู้สืบทอดการทอผ้าไหมเค่อซือ ได้นำศิลปะที่ใกล้สูญหายไปจัดแสดงในหลายประเทศ พร้อมพัฒนาเครื่องทอขนาดเล็กเพื่อนำวัฒนธรรมเข้าสู่ห้องเรียน ซึ่งได้รับความสนใจจาก โยร์ก ไฮน์ริช ผู้บริหารสมาพันธ์เครื่องจักรกลสวิสเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงบอนไซโบราณ “มังกรหมอบ หงส์เริงร่า” อายุกว่า 200 ปี เพื่อสื่อปรัชญาความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ โดยหวังใช้เวทีระดับนานาชาตินี้แสดงให้เห็นว่าสวนโบราณซูโจวสามารถแทรกซึมเข้าสู่พื้นที่ทางวัฒนธรรมสมัยใหม่ได้อย่างนุ่มนวลและทรงพลัง

นอกรอบการประชุม แขกผู้มีเกียรติได้มีโอกาสสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิม ณ ถนนสายประวัติศาสตร์ผิงเจียง สวนจัวเจิ้ง และเมืองน้ำโบราณโจวจวางและถงหลี่ พร้อมรับฟังงิ้วคุนฉฺวี่และผิงถาน โดย ฟลอร์ เบเยนส์ จากหอการค้าเบเนลักซ์ ระบุว่าความลุ่มลึกทางวัฒนธรรมช่วยสร้างความเข้าใจและปูทางสู่ความร่วมมือทางการค้าได้ดียิ่งขึ้น สอดคล้องกับความเห็นของ ฆอร์เฆ กาซิมิโร รองประธานกลุ่มบริษัทไนกี้ ที่ยกย่องซูโจวเป็นเมืองแห่งนวัตกรรมและโอกาส โดยไนกี้ได้ขยายการลงทุนในเมืองนี้อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2539 จนมีศูนย์โลจิสติกส์ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง

ความสำเร็จของซูโจวสะท้อนผ่านการได้รับเลือกให้เป็น “เมืองของจีนที่ดึงดูดใจผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติมากที่สุด” ติดต่อกันถึง 14 ปี ด้วยการดำเนินมาตรการอำนวยความสะดวกและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ครบวงจร จิตวิญญาณแห่งการกล้าคิดกล้าทำของชาวซูโจวที่สะสมมาตลอด 2,500 ปี ได้พิสูจน์ให้ทั่วโลกเห็นว่า มนต์เสน่ห์ทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าคือรากฐานสำคัญที่สร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ดีที่สุดในปัจจุบัน