เจียง เสี่ยวเจวียน (Jiang Xiaojuan) อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยสถาบันสังคมศาสตร์แห่งชาติจีน (University of Chinese Academy of Social Sciences) และอดีตรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจีน กล่าวถึงโมเดลธุรกิจ “Born Global” ในยุค AI ซึ่งเปิดทางให้บริษัทวางแผนเจาะตลาดโลกตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง แตกต่างจากแนวทางดั้งเดิมที่มักสร้างฐานธุรกิจในประเทศให้มั่นคงก่อนขยายไปต่างประเทศ
เจียงอธิบายว่า ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัจฉริยะ ประกอบกับการยกระดับขีดความสามารถทางอุตสาหกรรมของจีน เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันโลกาภิวัตน์ระลอกใหม่ ภาคธุรกิจจึงต้องปรับวิธีคิดให้เป็นสากล สร้างแบรนด์ที่ได้รับความเชื่อมั่น ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งประโยชน์ร่วมกัน และปฏิบัติตามข้อกำหนดระหว่างประเทศ ขณะที่ระดับนโยบายควรส่งเสริมความโปร่งใส ความสะดวก และความแน่นอนในการเคลื่อนย้ายทรัพยากรด้านนวัตกรรมข้ามพรมแดน
มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับวิลเลียม หวง (William Huang) หุ้นส่วนผู้จัดการ บริษัท อีวาย (EY) ประจำภูมิภาคจีนตอนใต้ ซึ่งระบุว่า โลกาภิวัตน์กำลังพัฒนาไปสู่รูปแบบธุรกิจที่หลากหลายและเชื่อมโยงกันมากขึ้น โดยธุรกิจจีนขยายบทบาทจากการส่งออกสินค้าไปสู่การนำเสนอศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนา การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน และความเชี่ยวชาญในการดำเนินงาน
สำหรับจู เล่ย (Zhu Lei) รองประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท กรี อิเล็คทริค แอพพลายแอนซ์ (Gree Electric Appliances) ประสบการณ์ร่วมงานแคนตันแฟร์ต่อเนื่อง 31 ปี สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของบริษัทจากการส่งออกสินค้าไปสู่การมีส่วนร่วมในกระบวนการผลิตในต่างประเทศ โดยบริษัทใช้ศักยภาพของบุคลากรท้องถิ่นเป็นกำลังสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ตัวอย่างเช่น โรงงานในบราซิลที่มีการจ้างแรงงานท้องถิ่นถึง 98%
ด้านเจียง ฉง (Jiang Cong) รองประธานฝ่ายธุรกิจระหว่างประเทศ บริษัท เสียวหมี่ กรุ๊ป (Xiaomi Group) และผู้จัดการทั่วไปฝ่าย AIoT Go-to-Market (GTM) กล่าวว่า การสร้างความเชื่อมั่นในตลาดต่างประเทศเป็นโจทย์สำคัญของบริษัทเทคโนโลยี เนื่องจากสิ่งที่นำเสนอไม่ได้มีเพียงสินค้า แต่ยังรวมถึงแพลตฟอร์มเทคโนโลยี ระบบนิเวศอุตสาหกรรม และบริการที่ดำเนินต่อเนื่อง บริษัทจึงต้องรักษาความแข็งแกร่งทางเทคโนโลยี ปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด และลงทุนเพื่อสร้างความกลมกลืนกับตลาดท้องถิ่น
ขณะที่แคน ยิลดิริม (Can Yildirim) กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท เซเวอริน (Severin) ซึ่งมีประสบการณ์ทำตลาดจีนมานานกว่า 30 ปีและตั้งฐานธุรกิจในเมืองเซินเจิ้น เน้นย้ำว่า “อนาคตของความร่วมมืออยู่ที่การร่วมสร้างสรรค์คุณค่า” พร้อมสนับสนุนให้ธุรกิจจีนและต่างชาติหาจุดสมดุลระหว่างการแข่งขันกับการทำงานร่วมกัน
เหลียง ยู่เทียน (Liang Yutian) รองผู้อำนวยการสถาบันนานาชาติและภูมิภาคศึกษา มหาวิทยาลัยซุนยัตเซ็น กล่าวถึงบทบาทของนิคมอุตสาหกรรมในต่างประเทศว่าเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการบูรณาการการค้าและการลงทุน ซึ่งอาจช่วยเชื่อมโยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งสองด้านเข้าด้วยกัน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและแรงกดดันต่อระบบพหุภาคีที่เพิ่มขึ้น
นอกเหนือจากกลยุทธ์ทางธุรกิจ ปาสกาล ลามี (Pascal Lamy) อดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) กล่าวผ่านวิดีโอว่า ความไว้วางใจเป็นเสมือนโครงสร้างพื้นฐานที่มองไม่เห็นของการค้าระหว่างประเทศ พร้อมยกย่องบทบาทของงานแคนตันแฟร์ตลอด 70 ปี ในการเชื่อมโยงจีนกับตลาดโลก และสนับสนุนให้ทุกฝ่ายส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าที่สมดุลและเกื้อกูลกัน
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้กรอบงานแคนตันแฟร์ครั้งที่ 140 โดยมีทั้งการเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญ การบรรยายพิเศษ และกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการได้แลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ การประชุมการค้าระหว่างประเทศแม่น้ำเพิร์ลจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2564 และเป็นฟอรัมระดับสูงด้านการค้าระหว่างประเทศแห่งแรกภายในงานแคนตันแฟร์ โดยปีนี้ยังคงมุ่งส่งเสริมความเชื่อมั่นระหว่างภาคธุรกิจและค้นหาแนวทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าที่ตอบโจทย์บริบทโลกที่เปลี่ยนแปลง