ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากการนำข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ริมฝั่งแม่น้ำซีเจียง ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งทางน้ำสำคัญสู่ตลาดอาเซียน มาผสานกับโอกาสจากการพัฒนาเขตเศรษฐกิจคลองผิงลู่ เพื่อมุ่งยกระดับอุตสาหกรรมกระดาษดั้งเดิมไปสู่ความทันสมัย ทั้งในด้านเทคโนโลยี ประสิทธิภาพ การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการรวมกลุ่มอุตสาหกรรม จนเกิดเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมกระดาษที่เชื่อมโยงตลาดทั่วโลก
บรรยากาศการผลิตและการลงทุนในพื้นที่เต็มไปด้วยความคึกคัก เช่น โรงงานของบริษัท Guigang Longpai Paper Products Co., Ltd. ที่เดินเครื่องเต็มกำลังเพื่อรองรับยอดสั่งซื้อจากต่างประเทศ โดยในช่วงครึ่งแรกของปี มูลค่าการส่งออกกระดาษสำหรับใช้ในครัวเรือนของบริษัทสูงกว่า 60 ล้านหยวน เติบโตขึ้นถึง 100.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยส่งออกไปยังออสเตรเลีย แคนาดา อเมริกาใต้ และเอเชีย เป็นหลัก
ขณะเดียวกัน เขตกังเป่ยยังได้ส่งเสริมการรวมกลุ่มของอุตสาหกรรมโดยมีนิคมอุตสาหกรรมหมุนเวียนกวางตุ้ง-กว่างซีเป็นแกนกลาง นำไปสู่การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมกระดาษสำหรับใช้ในครัวเรือนจีน-อาเซียน ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการด้านเยื่อกระดาษและกระดาษเข้าร่วมแล้ว 35 ราย ก่อให้เกิดห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่ครบวงจรตั้งแต่การผลิตเยื่อ การผลิตกระดาษ ไปจนถึงการแปรรูปเชิงลึก ซึ่งช่วยขยายตลาดส่งออกไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแอฟริกาได้อย่างกว้างขวาง
นอกจากนี้ เขตกังเป่ยยังเร่งดึงดูดการลงทุนตรงเป้าหมายและรับการถ่ายโอนอุตสาหกรรมคุณภาพสูงจากเขตเศรษฐกิจพิเศษอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า เพื่อเน้นการผลิตกระดาษชนิดพิเศษระดับไฮเอนด์และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการสำคัญอย่าง Lee & Man Paper, Lezan Phase II และ Longpai Recycled Pulp ซึ่งจะเข้ามาเติมเต็มห่วงโซ่อุตสาหกรรมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ระบบนิเวศในนิคมอุตสาหกรรมยังช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงทรัพยากรต้นน้ำ เช่น เยื่อกระดาษ Guitang Pulp และระบบไอน้ำ Huadian Steam ได้โดยตรง ควบคู่กับมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐที่ช่วยลดต้นทุนค่าไอน้ำและค่าขนส่ง ทำให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีต้นทุนต่ำลง
ผู้ประกอบการในเขตกังเป่ยยังได้สร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์สินค้า เช่น “Jiman” “Mandian” และ “Hetianxia” ผ่านการเข้าร่วมงานมหกรรมจีน-อาเซียนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแบรนด์ Jiman Paper ที่สามารถสร้างมูลค่าผลผลิตต่อปีได้สูงกว่า 120 ล้านหยวน
ทั้งนี้ ภาครัฐในเขตกังเป่ยได้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อลงพื้นที่แก้ไขปัญหาอุปสรรคให้แก่ผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด ทั้งในเรื่องที่ดิน แหล่งเงินทุน พลังงาน และการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนให้ภาคธุรกิจขยายตลาดสินค้าระดับไฮเอนด์ในประเทศและรุกเจาะตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะภูมิภาคอาเซียนได้อย่างยั่งยืน