ไทยโพสต์

UNEP มอบรางวัล Cool Leader แก่ผู้บริหาร GREE บ.สัญชาติจีน จากบทบาทขับเคลื่อนโซลูชันรับมือโลกร้อน

เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา กลุ่ม Cool Coalition ภายใต้โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ได้จัดงานประชุม Global Cooling Pledge Assembly ขึ้น ณ ประเทศสิงคโปร์ ในโอกาสนี้ มาร์ติน เคราส์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ UNEP ได้มอบรางวัล “Cool Leaders” ประเภทบุคคล ให้แก่ ต่ง หมิงจู ประธานบริษัท กรี อิเลคทริค แอพพลายแอนซ์ (GREE)

UNEP มอบรางวัล Cool Leader แก่ผู้บริหาร GREE บ.สัญชาติจีน จากบทบาทขับเคลื่อนโซลูชันรับมือโลกร้อน

รางวัล Cool Leaders ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งปฐมฤกษ์นี้ มีประเทศที่ได้รับรางวัล 2 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ โดยมี เกรซ ฟู ไห่ เยียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้แทนรับมอบ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมี ชาริฟ อัล โอลามา ปลัดกระทรวงด้านกิจการพลังงานและปิโตรเลียมเป็นผู้แทนรับมอบ ขณะที่ ต่ง หมิงจู เป็นบุคคลเพียงท่านเดียวที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติครั้งนี้ ส่งผลให้เธอเป็นผู้ประกอบการรายแรกและตัวแทนหนึ่งเดียวจากประเทศจีนที่ได้รับเกียรติยศดังกล่าว

สำหรับรางวัล Cool Leaders ริเริ่มขึ้นโดยกลุ่ม Cool Coalition ภายใต้ UNEP เพื่อยกย่องผู้นำที่มีบทบาทโดดเด่นในการขับเคลื่อนระบบทำความเย็นอย่างยั่งยืน และเสริมศักยภาพการรับมือกับภาวะอากาศร้อนจัด ผ่านนโยบาย การสนับสนุนทางการเงิน นวัตกรรม และการดำเนินโครงการต่างๆ การที่ ต่ง หมิงจู ได้รับรางวัลประเภทบุคคลจึงตอกย้ำถึงศักยภาพอันแข็งแกร่งของ GREE ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมระบบทำความเย็นและการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งยังสะท้อนว่านวัตกรรมการทำความเย็นและแนวปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจากจีนได้รับการยอมรับในระดับสากล

ต่ง หมิงจู ได้กล่าวสุนทรพจน์ในงานโดยชี้ให้เห็นว่า แม้การอนุรักษ์พลังงานเชิงรุกจะช่วยลดการใช้พลังงานได้ แต่ยังไม่อาจแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ที่ต้นตอ ขณะที่ GREE ได้มุ่งมั่นวิจัยนวัตกรรมมาตั้งแต่ปี 2555 เพื่อหาแนวทางควบคุมอุณหภูมิโดยไม่พึ่งพาพลังงานแบบดั้งเดิม ตั้งแต่การพัฒนาเครื่องปรับอากาศพลังงานแสงอาทิตย์รุ่นแรก จนถึงการบูรณาการพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบกักเก็บพลังงาน และระบบปรับอากาศเข้าด้วยกันตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้แนวคิด “การทำความเย็นโดยแทบไม่ต้องเสียค่าไฟฟ้า” กลายเป็นจริงได้ในครัวเรือน

ต่ง หมิงจู ระบุเพิ่มเติมว่า ท่ามกลางกระแสการลดก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก ภาคการผลิตถือเป็นส่วนสำคัญที่ต้องรับผิดชอบ และนวัตกรรมเทคโนโลยีคือทางเดียวที่จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ ซึ่งสำหรับ GREE แล้ว นวัตกรรมถือเป็นภารกิจสำคัญสูงสุด

มีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2593 จำนวนเครื่องปรับอากาศทั่วโลกจะเพิ่มเป็น 5.6 พันล้านเครื่อง หรือเกือบสามเท่าจากปัจจุบัน ในขณะที่ภาวะอากาศร้อนจัดกลายเป็นความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว การทำความเย็นอย่างยั่งยืนจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งภาคเทคโนโลยี อุตสาหกรรม และตลาด ในการประชุมครั้งนี้ GREE ได้เข้าร่วม “Manufacturing Platform” ของ Cool Coalition ที่ดำเนินงานโดย UNEP อย่างเป็นทางการ โดยในฐานะตัวแทนภาคการผลิต GREE ให้คำมั่นว่าจะเร่งเปลี่ยนผ่านสู่เครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ ยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ยกเลิกการใช้สารทำความเย็นที่มีค่าศักยภาพในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน (GWP) สูง เปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีที่มีค่า GWP ต่ำเป็นพิเศษ และเร่งวิจัยเทคโนโลยีประหยัดพลังงานเพื่อลดคาร์บอนอย่างจริงจัง

เบื้องหลังคำมั่นสัญญานี้คือความเชี่ยวชาญของ GREE โดยระบบเครื่องปรับอากาศพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงาน “Zero Carbon Source” ได้รับการพัฒนามานานกว่าสิบปี ด้วยสถาปัตยกรรมอินเวอร์เตอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์โดยตรงซึ่งเป็นเทคโนโลยีแรกของโลก มีประสิทธิภาพการแปลงไฟฟ้ากระแสตรง (DC) สูงถึง 99% ช่วยเปลี่ยนระบบทำความเย็นจากเดิมที่กินไฟมากให้กลายเป็นระบบพลังงานสะอาด ปัจจุบันมีการนำไปใช้งานแล้วใน 35 ประเทศและภูมิภาค โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาที่มีอากาศร้อนจัดและแสงแดดเข้มข้น เฉพาะโครงการในตะวันออกกลางภูมิภาคเดียว สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ถึง 110,000 ตันต่อปี

นอกจากนี้ มาตรฐานเครื่องปรับอากาศพลังงานแสงอาทิตย์ของ GREE ยังได้รับการบรรจุเข้าสู่ระบบมาตรฐาน IEC (International Electrotechnical Commission) ทำให้ GREE ไม่เพียงเสนอนวัตกรรมสู่ตลาดโลก แต่ยังมีบทบาทกำหนดมาตรฐานสากลและมอบโซลูชันครบวงจร เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงานในอาคารและการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ

นับตั้งแต่ประกาศวิสัยทัศน์ “For the Clearer Sky and Greener Earth” ในปี 2555 GREE ได้ดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ “คาร์บอนคู่” (Dual Carbon) และนโยบายประหยัดพลังงานของจีนมาโดยตลอด มุ่งขับเคลื่อนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการพัฒนานวัตกรรมลดคาร์บอนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ควบคู่กับการสร้างระบบนิเวศสีเขียวแบบครบวงจร ทั้งอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ระบบพลังงานอัจฉริยะ และกระบวนการผลิตอัจฉริยะที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ การได้รับรางวัล Cool Leaders ในครั้งนี้จึงเป็นทั้งหมุดหมายสำคัญของบริษัท และเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมทำความเย็นของจีนบนเวทีโลก พร้อมยืนยันบทบาทเชิงรุกของจีนในการกำกับดูแลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับโลก