รางวัล Cool Leaders ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งปฐมฤกษ์นี้ มีประเทศที่ได้รับรางวัล 2 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ โดยมี เกรซ ฟู ไห่ เยียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้แทนรับมอบ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมี ชาริฟ อัล โอลามา ปลัดกระทรวงด้านกิจการพลังงานและปิโตรเลียมเป็นผู้แทนรับมอบ ขณะที่ ต่ง หมิงจู เป็นบุคคลเพียงท่านเดียวที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติครั้งนี้ ส่งผลให้เธอเป็นผู้ประกอบการรายแรกและตัวแทนหนึ่งเดียวจากประเทศจีนที่ได้รับเกียรติยศดังกล่าว
สำหรับรางวัล Cool Leaders ริเริ่มขึ้นโดยกลุ่ม Cool Coalition ภายใต้ UNEP เพื่อยกย่องผู้นำที่มีบทบาทโดดเด่นในการขับเคลื่อนระบบทำความเย็นอย่างยั่งยืน และเสริมศักยภาพการรับมือกับภาวะอากาศร้อนจัด ผ่านนโยบาย การสนับสนุนทางการเงิน นวัตกรรม และการดำเนินโครงการต่างๆ การที่ ต่ง หมิงจู ได้รับรางวัลประเภทบุคคลจึงตอกย้ำถึงศักยภาพอันแข็งแกร่งของ GREE ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมระบบทำความเย็นและการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งยังสะท้อนว่านวัตกรรมการทำความเย็นและแนวปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจากจีนได้รับการยอมรับในระดับสากล
ต่ง หมิงจู ได้กล่าวสุนทรพจน์ในงานโดยชี้ให้เห็นว่า แม้การอนุรักษ์พลังงานเชิงรุกจะช่วยลดการใช้พลังงานได้ แต่ยังไม่อาจแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ที่ต้นตอ ขณะที่ GREE ได้มุ่งมั่นวิจัยนวัตกรรมมาตั้งแต่ปี 2555 เพื่อหาแนวทางควบคุมอุณหภูมิโดยไม่พึ่งพาพลังงานแบบดั้งเดิม ตั้งแต่การพัฒนาเครื่องปรับอากาศพลังงานแสงอาทิตย์รุ่นแรก จนถึงการบูรณาการพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบกักเก็บพลังงาน และระบบปรับอากาศเข้าด้วยกันตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้แนวคิด “การทำความเย็นโดยแทบไม่ต้องเสียค่าไฟฟ้า” กลายเป็นจริงได้ในครัวเรือน
ต่ง หมิงจู ระบุเพิ่มเติมว่า ท่ามกลางกระแสการลดก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก ภาคการผลิตถือเป็นส่วนสำคัญที่ต้องรับผิดชอบ และนวัตกรรมเทคโนโลยีคือทางเดียวที่จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ ซึ่งสำหรับ GREE แล้ว นวัตกรรมถือเป็นภารกิจสำคัญสูงสุด
มีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2593 จำนวนเครื่องปรับอากาศทั่วโลกจะเพิ่มเป็น 5.6 พันล้านเครื่อง หรือเกือบสามเท่าจากปัจจุบัน ในขณะที่ภาวะอากาศร้อนจัดกลายเป็นความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว การทำความเย็นอย่างยั่งยืนจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งภาคเทคโนโลยี อุตสาหกรรม และตลาด ในการประชุมครั้งนี้ GREE ได้เข้าร่วม “Manufacturing Platform” ของ Cool Coalition ที่ดำเนินงานโดย UNEP อย่างเป็นทางการ โดยในฐานะตัวแทนภาคการผลิต GREE ให้คำมั่นว่าจะเร่งเปลี่ยนผ่านสู่เครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ ยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ยกเลิกการใช้สารทำความเย็นที่มีค่าศักยภาพในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน (GWP) สูง เปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีที่มีค่า GWP ต่ำเป็นพิเศษ และเร่งวิจัยเทคโนโลยีประหยัดพลังงานเพื่อลดคาร์บอนอย่างจริงจัง
เบื้องหลังคำมั่นสัญญานี้คือความเชี่ยวชาญของ GREE โดยระบบเครื่องปรับอากาศพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงาน “Zero Carbon Source” ได้รับการพัฒนามานานกว่าสิบปี ด้วยสถาปัตยกรรมอินเวอร์เตอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์โดยตรงซึ่งเป็นเทคโนโลยีแรกของโลก มีประสิทธิภาพการแปลงไฟฟ้ากระแสตรง (DC) สูงถึง 99% ช่วยเปลี่ยนระบบทำความเย็นจากเดิมที่กินไฟมากให้กลายเป็นระบบพลังงานสะอาด ปัจจุบันมีการนำไปใช้งานแล้วใน 35 ประเทศและภูมิภาค โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาที่มีอากาศร้อนจัดและแสงแดดเข้มข้น เฉพาะโครงการในตะวันออกกลางภูมิภาคเดียว สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ถึง 110,000 ตันต่อปี
นอกจากนี้ มาตรฐานเครื่องปรับอากาศพลังงานแสงอาทิตย์ของ GREE ยังได้รับการบรรจุเข้าสู่ระบบมาตรฐาน IEC (International Electrotechnical Commission) ทำให้ GREE ไม่เพียงเสนอนวัตกรรมสู่ตลาดโลก แต่ยังมีบทบาทกำหนดมาตรฐานสากลและมอบโซลูชันครบวงจร เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงานในอาคารและการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ
นับตั้งแต่ประกาศวิสัยทัศน์ “For the Clearer Sky and Greener Earth” ในปี 2555 GREE ได้ดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ “คาร์บอนคู่” (Dual Carbon) และนโยบายประหยัดพลังงานของจีนมาโดยตลอด มุ่งขับเคลื่อนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการพัฒนานวัตกรรมลดคาร์บอนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ควบคู่กับการสร้างระบบนิเวศสีเขียวแบบครบวงจร ทั้งอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ระบบพลังงานอัจฉริยะ และกระบวนการผลิตอัจฉริยะที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ การได้รับรางวัล Cool Leaders ในครั้งนี้จึงเป็นทั้งหมุดหมายสำคัญของบริษัท และเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมทำความเย็นของจีนบนเวทีโลก พร้อมยืนยันบทบาทเชิงรุกของจีนในการกำกับดูแลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับโลก