โครงสร้างการจัดงานในปีนี้ได้รับการยกระดับภายใต้กรอบ “1+1+N” อันประกอบด้วย พิธีเปิด 1 งาน, การประชุมหลัก 1 เวที ในหัวข้อ “การเสวนาระดับโลกว่าด้วยการสร้างเมืองที่เป็นมิตรกับดิจิทัล” และการประชุมเฉพาะทางในหลากหลายหัวข้อ (N Thematic Forums) ร่วมด้วยกิจกรรมต่อเนื่องที่จะจัดขึ้นยาวนานตลอดทั้งปี
สำหรับเวทีประชุมย่อยเฉพาะทางที่มีมากกว่า 50 เวที จะขับเคลื่อนภายใต้ 2 ประเด็นหลักคือ “การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในภาคอุตสาหกรรม” และ “AI+” ซึ่งครอบคลุมทุกมิติในห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่การค้าและเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างประเทศ การพัฒนาบุคลากร ตลาดข้อมูล การกำกับดูแลดิจิทัลระดับโลก ไปจนถึงอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทำให้งานนี้กลายเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนแบบครบวงจร ทั้งในด้านนโยบาย เทคโนโลยี ภาคอุตสาหกรรม และการลงทุน
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ เวทีเปิดตัวเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นครั้งแรก ซึ่งมุ่งเน้นไปที่กลุ่มโมเดล AI ขนาดใหญ่ หุ่นยนต์ และการผลิตอัจฉริยะ โดยจะมีผลงานล้ำสมัยจากทั้งในและต่างประเทศมาจัดแสดงเป็นจำนวนมาก อาทิ แบบจำลองโลก หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ และเทคโนโลยีการจำลองแบบครบวงจรที่พัฒนาขึ้นเอง เพื่อผลักดันการใช้งานเทคโนโลยีขั้นสูงในระดับสากล
นอกจากนี้ ยังมีงาน “สัปดาห์ประสบการณ์เศรษฐกิจดิจิทัล” ที่จะเปลี่ยนย่านวัดหลงฟู่ในกรุงปักกิ่งให้เป็นตลาดดิจิทัล โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลทวิน (Digital Twin) มาผสานประสบการณ์การช้อปปิงออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน พร้อมเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมดิจิทัลสายพิเศษ เช่น “ทัวร์อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อี้จวง” และ “ทัวร์บูรณาการวัฒนธรรม กีฬา ดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์เฉาหยาง” ให้ประชาชนได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ยิ่งไปกว่านั้นยังมีกิจกรรมพิเศษอย่าง การแข่งขันสร้างสรรค์คอนเทนต์ด้วย AI (AIGC for Future Global Challenge) และงานแสดงอุตสาหกรรมเศรษฐกิจดิจิทัล มาร่วมสร้างประสบการณ์ที่ผสมผสานทั้งการประชุม นิทรรศการ การแข่งขัน และการสาธิตไว้ในที่เดียว
หลิว เว่ยเหลียง รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศเทศบาลกรุงปักกิ่ง กล่าวทิ้งท้ายว่า การประชุมในปีนี้ตั้งเป้าที่จะยกระดับบทบาทบนเวทีนานาชาติ และเชื่อมโยงทรัพยากรระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศที่ลึกซึ้งและครอบคลุมยิ่งขึ้น ผ่านท่าทีที่เปิดกว้างและมาตรการที่จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม