การประชุมในครั้งนี้สร้างความแปลกใหม่ด้วยการปรับรูปแบบการจัดงานเป็นครั้งแรก โดยรวมห้องประชุมทั้งหมดให้อยู่ภายในชั้นเดียวกันเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ร่วมงานอย่างสูงสุด พร้อมทั้งจัดให้มีพื้นที่เสวนาเชิงปฏิสัมพันธ์ (Interactive Space) และการถ่ายทอดสดรายการพอดแคสต์ที่หลากหลาย นอกจากนี้ งานดังกล่าวยังขับเคลื่อนด้วยแนวคิดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม โดยสถานที่จัดงานหลักพึ่งพาพลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้า 100% และเลือกใช้วัสดุก่อสร้างรวมถึงวัสดุตกแต่งที่เป็นวัสดุรีไซเคิลมากกว่า 85%
ประเด็นที่ได้รับความสนใจและเสียงชื่นชมอย่างมากจากผู้เข้าร่วมงานทั่วโลกคือ ความสำเร็จของประเทศจีนในการพัฒนา “กำลังการผลิตคุณภาพใหม่” (New Quality Productive Forces) โดยหลายฝ่ายต่างยอมรับว่า นวัตกรรมและการเปิดกว้างของจีนคือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยรับมือกับความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ขณะเดียวกัน โอกาสอันยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นจากการเดินหน้ายกระดับความทันสมัยของจีน จะเป็นแรงขับเคลื่อนที่ช่วยเร่งการฟื้นตัวและส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจโลกอย่างทั่วถึงและครอบคลุม
ในส่วนของเมืองเจ้าภาพอย่างต้าเหลียน ซึ่งมีชัยภูมิอันโดดเด่นจากการถูกโอบล้อมด้วยทะเลถึงสามด้าน ได้ใช้ข้อได้เปรียบนี้ในการเดินหน้าพัฒนาและเสริมศักยภาพให้แก่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังงานสะอาดอย่างจริงจัง จนทำให้ในปัจจุบันมีกลุ่มผู้ประกอบการ ทั้งในด้านการวิจัยและพัฒนา การผลิตพลังงานสะอาด และการผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง หลั่งไหลเข้ามาตั้งฐานและรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว กลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยหนุนนำให้อุตสาหกรรมสีเขียวของเมืองเติบโตอย่างก้าวกระโดด
ผู้แทนจาก World Economic Forum ได้ยกย่องเมืองต้าเหลียนที่ให้การสนับสนุนการประชุม Annual Meeting of the New Champions อย่างดีเยี่ยมมาโดยตลอด พร้อมทั้งชื่นชมความเปิดกว้าง ความมีชีวิตชีวา และความรับผิดชอบที่สะท้อนออกมาผ่านการลงมือทำจริง ขณะที่ทางเทศบาลเมืองต้าเหลียนระบุว่า เมืองกำลังเร่งยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางระดับนานาชาติในด้านการขนส่งทางเรือ โลจิสติกส์ และการเงินของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งปัจจุบันต้าเหลียนได้สร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้ากับกว่า 200 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก พร้อมกันนี้ยังมุ่งมั่นพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับภูมิภาค เพื่อสร้างเมืองชายฝั่งยุคใหม่ที่น่าอยู่ เอื้อต่อการลงทุนและการทำธุรกิจ ตลอดจนเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่เปี่ยมเสน่ห์ ผ่านการสื่อสารอัตลักษณ์ของเมืองภายใต้สโลแกน “Come to Dalian to See the Sea”