แอสเซมบลี ซึ่งเป็นเอเจนซีสื่อสารการตลาดออมนิแชนแนลระดับโลก ได้ออกแบบ Stagwell Search+ มาเพื่อช่วยให้แบรนด์ทำความเข้าใจและเข้าถึงกลไกการนำเสนอข้อมูลบนแพลตฟอร์ม AI ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งการเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนมุมมองต่อการค้นหาจากการเป็นช่องทางแยกส่วน มาเป็นการบริหารจัดการผ่านระบบนิเวศสื่อแบบครบวงจร ทั้งสื่อที่ซื้อ (Paid), สื่อที่แบรนด์เป็นเจ้าของ (Owned), สื่อที่ได้รับการบอกต่อ (Earned) และสื่อที่มีการแชร์ต่อ (Shared) เพราะปัจจุบันคำตอบจาก AI คือตัวแปรสำคัญที่กำหนดประสิทธิภาพการมองเห็นของแบรนด์ ความท้าทายนี้ซับซ้อนยิ่งขึ้นในพื้นที่เอเชียแปซิฟิกที่มีความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรม ซึ่งมักส่งผลให้ข้อมูลของแบรนด์ในแต่ละโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) มีความสม่ำเสมอไม่เท่ากัน บางโมเดลอาจนำเสนอข้อมูลได้น่าเชื่อถือ แต่บางโมเดลอาจค้นไม่พบหรือให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงใหม่ของนักการตลาดในปัจจุบัน
Stagwell Search+ พัฒนาขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่างแอสเซมบลี กับเอ็มเบอโรส (emberos) โดยเป็นระบบปฏิบัติการแบบเอเจนติกสำหรับการค้นหาด้วย AI รายแรกของอุตสาหกรรม แพลตฟอร์มนี้สามารถตรวจสอบการปรากฏตัวของแบรนด์ผ่านโมเดลและภาษาที่หลากหลาย พร้อมทั้งบริหารจัดการและวัดผลลัพธ์จากการทำคอนเทนต์และสื่อดิจิทัลเพื่อเพิ่มการมองเห็น โดยใช้เอไอ เอเจนต์ (AI Agent) เข้ามาช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของมนุษย์แทนการใช้ระบบอัตโนมัติเพียงอย่างเดียว เพื่อให้ทีมงานสามารถดำเนินกลยุทธ์ได้แม่นยำและรักษาภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือของแบรนด์ไว้ได้ โดยปัจจุบันระบบเชื่อมต่อกับโมเดลชั้นนำอย่าง OpenAI, Gemini, Perplexity, Grok และ Anthropic และเตรียมขยายสู่ DeepSeek ภายในสิ้นปีนี้
คุณ อี้ เอิน ไช รองประธานฝ่ายประสบการณ์และการขับเคลื่อนการตลาดประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้เน้นย้ำว่า ปัจจุบัน AI เริ่มมีบทบาทในการตัดสินใจแทนแบรนด์โดยที่นักการตลาดอาจไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ความสำเร็จในวันนี้จึงไม่ได้วัดที่อันดับหรือจำนวนคลิก แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการครองส่วนแบ่งการมองเห็นใน AI หรือ Share of Prompt ซึ่ง Stagwell Search+ จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์ควบคุมทิศทางในการแข่งขันบนโลกการค้นหายุคใหม่ได้
ทั้งนี้ แอสเซมบลีเป็นเอเจนซีในเครือสแต็กเวลล์ (Stagwell) ที่มีผู้เชี่ยวชาญกว่า 3,000 คนทั่วโลก มุ่งสร้างการเติบโตผ่านเทคโนโลยีและข้อมูล ขณะที่สแต็กเวลล์เป็นเครือข่ายระดับโลกที่มุ่งเน้นการใช้ความคิดสร้างสรรค์ร่วมกับเทคโนโลยี AI เพื่อขับเคลื่อนประสิทธิภาพให้กับแบรนด์ที่มีความทะเยอทะยานในกว่า 45 ประเทศทั่วโลก