สำหรับผู้ซื้อและผู้ประกอบการจากประเทศไทย งานนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเลือกเฟ้นสินค้าผ่านโซนจัดแสดงเฉพาะทางถึง 9 โซน ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพมาตรฐาน Made-in-Japan วัสดุสิ่งทอชั้นเลิศ และพันธมิตรผู้รับจ้างผลิต OEM/ODM คุณภาพสูง ตลอดจนโซลูชันด้านความยั่งยืน เทคโนโลยีแฟชั่น และนวัตกรรมจากดีไซเนอร์ระดับโลก โดยทางงานได้จัดเตรียมบริการล่ามแปลภาษาหน้างานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเจรจาธุรกิจ ตั้งแต่การทำความรู้จักเบื้องต้นไปจนถึงรายละเอียดเชิงลึกด้านสเปกสินค้าและโครงสร้างราคา
เหตุผลสำคัญที่ทำให้ FaW TOKYO เป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาด คือการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสคุณภาพญี่ปุ่นในผลิตภัณฑ์และวัสดุต่างๆ ค้นพบแบรนด์ระดับโลกและเอเชีย พบปะพันธมิตร OEM/ODM ที่มีศักยภาพ ตลอดจนสำรวจนวัตกรรมเทคโนโลยีแฟชั่นและโซลูชันการผลิตแบบหมุนเวียนที่จะเข้ามาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในอนาคต
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าสนใจคือโซน SUSTAINABLE FASHION EXPO ซึ่งจะมีพาวิลเลียนไทยโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) รวบรวมผู้ประกอบการไทยสายรักษ์โลกที่มุ่งเน้นความยั่งยืนจำนวน 30 รายมาจัดแสดงสินค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่บริษัทเครื่องแต่งกาย 12 ราย ซัพพลายเออร์สิ่งทอ 5 ราย แบรนด์เครื่องประดับ 9 ราย ผู้ผลิตกระเป๋า 3 ราย และบริษัทผลิตรองเท้า 1 ราย ช่วยให้ผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบตัวเลือกสินค้าที่มีความยั่งยืนได้ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดย DITP จะทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูลการตลาดและบริการจับคู่ทางธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเฟ้นหาซัพพลายเออร์ที่ตรงใจและก้าวทันเทรนด์ตลาดโลกได้อย่างรวดเร็วผ่านการสนับสนุนของทีมล่ามแปลภาษาตลอดทั้งงาน