ข้อมูลในปี 2568 ระบุว่า ยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคของฉงชิ่งอยู่ที่ 1.67 ล้านล้านหยวน สูงเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มเมืองใหญ่ของจีน ขณะที่เมืองแห่งนี้ต้อนรับนักท่องเที่ยวมากกว่า 500 ล้านคนต่อปี สะท้อนถึงขนาดของตลาดและบทบาทของการท่องเที่ยวที่มีต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจของเมือง
นอกจากกำลังซื้อภายในประเทศแล้ว ฉงชิ่งยังมีฐานการผลิตที่แข็งแกร่งในอุตสาหกรรมสำคัญ ทั้งยานยนต์พลังงานใหม่ รถจักรยานยนต์ และคอมพิวเตอร์พกพา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแรงขับเคลื่อนตลาด ขณะเดียวกัน เมืองแห่งนี้ยังครองตำแหน่งอันดับหนึ่งด้านเศรษฐกิจยามค่ำคืนของจีนต่อเนื่องเป็นปีที่ 4
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนผ่านการเข้ามาของภาคธุรกิจ โดยปัจจุบันมีแบรนด์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 2,800 แบรนด์ และมีร้านค้าสาขาแรกมากกว่า 2,000 แห่งเข้ามาตั้งในฉงชิ่ง นอกจากนี้ ยังมีบริษัทชั้นนำที่ติดอันดับ Fortune Global 500 จำนวน 325 แห่ง เลือกใช้เมืองนี้เป็นประตูสู่การขยายธุรกิจในภาคตะวันตกของจีน
ในด้านการค้าระหว่างประเทศ ฉงชิ่งสร้างเครือข่ายการค้ากับ 228 ประเทศและดินแดนทั่วโลก โดยมีรถไฟขนส่งสินค้าจีน-ยุโรป และระเบียงการค้าทางบก-ทางทะเลระหว่างประเทศสายใหม่เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงตลาด ขณะที่การพัฒนาบริการสำหรับนักเดินทางต่างชาติ ทั้งมาตรการอำนวยความสะดวกด้านวีซ่า ระบบการชำระเงิน และบริการคืนภาษี ยังช่วยสนับสนุนการเดินทางและการใช้จ่ายในเมือง
ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ฉงชิ่งได้ยกระดับย่านการค้าหลัก 30 แห่ง และพัฒนาแหล่งไลฟ์สไตล์เพื่อการบริโภครูปแบบใหม่มากกว่า 100 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่หลากหลายตั้งแต่ริมแม่น้ำและหน้าผาไปจนถึงดาดฟ้าอาคาร โดยย่านอนุสาวรีย์ปลดปล่อยประชาชน (Liberation Monument) ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในย่านการค้าชั้นนำของจีนที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวต่างชาติ
ขณะเดียวกัน การเชื่อมโยงภาคการค้าเข้ากับวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวยังช่วยเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้มาเยือน ทั้งการล่องเรือสำราญในแม่น้ำแยงซี การท่องเที่ยวทางอากาศระดับต่ำ (Low Altitude) และการท่องเที่ยวน้ำพุร้อนเพื่อสุขภาพ พร้อมการนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวระดับพรีเมียมมาตรฐานชาติ 17 เส้นทางสู่สายตานักเดินทางทั่วโลก
ด้วยการพัฒนาทั้งฐานอุตสาหกรรม เครือข่ายการค้าระหว่างประเทศ และพื้นที่บริโภครูปแบบใหม่ ฉงชิ่งกำลังผลักดันตัวเองให้เป็นมากกว่าเมืองอุตสาหกรรมของจีน โดยมุ่งเชื่อมโยงศักยภาพทางเศรษฐกิจเข้ากับการท่องเที่ยวและการใช้จ่าย เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบริโภคระดับนานาชาติ