ไทยโพสต์

จีนยกระดับ “Hualong One” สู่รุ่น 2.0 เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ Gen-III+

CGN รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานนิวเคลียร์ของจีน เปิดตัว “Hualong One” 2.0 เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ขั้นสูงระดับ Gen-III+ สู่ตลาดโลก เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา ในงานประชุมว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืนประจำปี 2569 ของ CGN ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองเซินเจิ้น โดยมีผู้เข้าร่วมงานจาก 28 ประเทศและภูมิภาคมากกว่า 200 ราย

จีนยกระดับ “Hualong One” สู่รุ่น 2.0 เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ Gen-III+

Hualong One 2.0 พัฒนาต่อยอดจากสถาปัตยกรรมความปลอดภัยแบบ “การป้องกันเชิงลึก” (Defense-in-Depth: DiD) ของเทคโนโลยีรุ่นเดิม โดยมีการปรับปรุงคุณสมบัติด้านความปลอดภัย 14 ประการ และยกระดับตัวชี้วัดด้านความปลอดภัยหลัก 9 ประการ

หนึ่งในคุณสมบัติที่ได้รับการพัฒนาคือความสามารถของระบบในการทำงานต่อเนื่องโดยไม่ต้องอาศัยการแทรกแซงจากผู้ปฏิบัติงานเป็นเวลา 72 ชั่วโมงหลังเกิดอุบัติเหตุ และสามารถทำงานได้ด้วยตัวเองนานถึง 7 วันหลังเกิดเหตุ

นอกจากนี้ Hualong One 2.0 ยังปรับปรุงระบบสนับสนุนให้มีความเรียบง่ายมากขึ้น โดยลดความยาวของระบบท่อลงประมาณ 31% ลดจำนวนวาล์วในกระบวนการประมาณ 25% ลดปริมาตรอาคารส่วน Nuclear Island ประมาณ 21% และลดปริมาณงานติดตั้งในส่วนดังกล่าวประมาณ 33%

ส่วนการทำงานอัตโนมัติของหน่วยผลิตได้รับการเพิ่มขึ้น 66% ซึ่งช่วยให้การควบคุมระบบมีความแม่นยำและสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะที่อุปกรณ์หลักของระบบสามารถผลิตและจัดหาได้ภายในประเทศจีนทั้งหมด

หนิว เหวินหัว หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญของ Hualong One 2.0 กล่าวว่า การพัฒนาเทคโนโลยีรุ่นใหม่นี้ไม่ได้เป็นการเริ่มต้นพัฒนาใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพอย่างเป็นระบบ โดยอาศัยพื้นฐานจากการออกแบบที่ผ่านการใช้งานและพิสูจน์ความน่าเชื่อถือแล้ว

การปรับปรุงดังกล่าวครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่ ความปลอดภัย ระยะเวลาการก่อสร้าง ต้นทุนการลงทุน การดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) และการปกป้องสิ่งแวดล้อม

เส้นทางพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของจีน

พัฒนาการด้านพลังงานนิวเคลียร์ของจีนเริ่มต้นขึ้นในปี 2521 เมื่อประเทศนำเข้าหน่วยผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาด 1 ล้านกิโลวัตต์จำนวน 2 หน่วยจากฝรั่งเศส และนำมาติดตั้งบริเวณชายฝั่งอ่าวต้าหย่าในเมืองเซินเจิ้น ก่อนพัฒนาเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่แห่งแรกของจีน

ปัจจุบัน กลุ่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อ่าวต้าหย่าประกอบด้วยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อ่าวต้าหย่า และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หลิงอ้าว เฟส 1 และเฟส 2 รวมเครื่องปฏิกรณ์ทั้งสิ้น 6 เครื่อง

ข้อมูลจาก CGN ระบุว่า กลุ่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อ่าวต้าหย่ามีปริมาณการผลิตไฟฟ้าสะสมที่จ่ายเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้ามากกว่า 1 ล้านล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง หรือ 1,000 เทราวัตต์-ชั่วโมง ขณะที่หน่วยผลิตที่ 1 ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หลิงอ้าวสามารถเดินเครื่องได้อย่างปลอดภัยและมั่นคงต่อเนื่องนานกว่า 7,200 วัน

ระยะเวลาการเดินเครื่องดังกล่าวสร้างสถิติโลกด้านการเดินเครื่องอย่างปลอดภัยที่ยาวนานที่สุดในบรรดาหน่วยผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์ประเภทเดียวกัน และสถิติดังกล่าวยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน

จากประสบการณ์ด้านการก่อสร้างและการเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่สั่งสมจากโครงการ CPR1000 ประกอบกับบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและทรัพยากรที่พร้อม CGN สามารถพัฒนา “Hualong One” เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ระดับ Gen-III ซึ่งมีสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นอิสระของจีน

ปัจจุบัน มีเครื่องปฏิกรณ์ Hualong One จำนวน 10 เครื่องที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้วทั้งในจีนและต่างประเทศ ขณะที่อีก 37 เครื่องได้รับการอนุมัติและอยู่ระหว่างการก่อสร้าง

Hualong One 2.0 สู่โครงการสาธิตในจีน

หลังจาก Hualong One ผ่านการพัฒนาและนำไปใช้งานในโครงการต่าง ๆ ทีมวิจัยและพัฒนา Hualong One ได้ร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมเพื่อปรับปรุงแบบทางวิศวกรรมเกือบ 100 รายการ ก่อนพัฒนาเป็น Hualong One 2.0 เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ขั้นสูงระดับ Gen-III+

ความคืบหน้าล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจีนอนุมัติหน่วยผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์จำนวน 8 หน่วย โดยหนึ่งในโครงการที่ได้รับอนุมัติคือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ผิงหลิง เฟส 3 ของ CGN ในมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งได้รับการกำหนดให้เป็นโครงการสาธิตเทคโนโลยี Hualong One 2.0