ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก เอ็นเอ็กซ์ กรุ๊ป กำลังยกระดับความพยายามในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม และมุ่งมั่นสร้างสังคมที่ยั่งยืนผ่านการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในชุมชน เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ระยะยาวในการก้าวสู่การเป็นบริษัทโลจิสติกส์ที่มีบทบาทโดดเด่นในตลาดโลก ประกอบกับ เอ็นเอ็กซ์ โลจิสติคส์ ประเทศไทย และไทยบริดจสโตน มีความร่วมมือด้านโลจิสติกส์ร่วมกันอยู่ก่อนแล้ว
การลงนาม MOU ฉบับนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ดังกล่าวให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการดึงจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายมาใช้ประโยชน์ร่วมกันในการส่งเสริมทั้งการเติบโตทางธุรกิจและการช่วยเหลือสังคม ในช่วงเวลาที่การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการทรัพยากรทวีความสำคัญต่อภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองบริษัทจึงได้ผสานเทคโนโลยียางรถยนต์ของไทยบริดจสโตนเข้ากับศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของเอ็นเอ็กซ์ โลจิสติคส์ ประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สำหรับขอบข่ายความร่วมมือจะมุ่งเน้นที่การจัดการยางรถยนต์ใช้แล้วอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยยางที่สามารถหล่อดอกใหม่ได้จะถูกนำไปใช้เป็นยางหล่อดอก ส่วนยางที่หมดสภาพการใช้งานจะถูกส่งกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการนำกลับมาใช้ใหม่อย่างไม่ถูกต้อง ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ยังครอบคลุมไปถึงความร่วมมือในการศึกษาและพัฒนาแนวทางต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์สภาพยางรถยนต์และสาเหตุที่ทำให้ชั้นดอกยางแยกตัว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ยืดอายุการใช้งาน และปรับปรุงความเหมาะสมสำหรับการนำไปหล่อดอกใหม่
ในส่วนของกิจกรรมเพื่อสังคม ทั้งสองบริษัทจะร่วมกันดำเนินโครงการสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยบนท้องถนน “B-SAFE” ร่วมกับสำนักงานขนส่งจังหวัดสระบุรี ตลอดจนจัดกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ ณ สวนพฤกษศาสตร์พุแค เพื่อสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นและสร้างสังคมที่ยั่งยืน ซึ่ง เอ็นเอ็กซ์ กรุ๊ป พร้อมจะใช้ประโยชน์จากเครือข่ายระดับโลกและความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ ในการร่วมมือกับลูกค้าและพันธมิตรเพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนและเดินหน้าแก้ไขปัญหาสังคมต่อไป