ไทยโพสต์

ไทย-จีน ผนึกกำลังหนุน SME ลงนามความร่วมมือเชิงรุก เสริมแกร่งนวัตกรรม ณ เมืองซูโจว

ไทยและจีนยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจสู่ทศวรรษใหม่ในงาน “Golden 51 Years: Toward New Heights” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ณ ศูนย์ทัสพาร์ค (TusPark) เมืองซูโจว โดยมีการลงนามความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) พร้อมกิจกรรมเสวนาแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท ดิจิทัล คอนเนกต์ (ประเทศไทย) จำกัด และสมาคมส่งเสริมความร่วมมือนวัตกรรมเจียงซู-ฮ่องกง โดยมีหน่วยงานภาครัฐอย่างสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเมืองซูโจว (CCPIT Suzhou) เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

ไทย-จีน ผนึกกำลังหนุน SME ลงนามความร่วมมือเชิงรุก เสริมแกร่งนวัตกรรม ณ เมืองซูโจว

พิธีลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่าง สสว. กับสมาคมส่งเสริมความร่วมมือนวัตกรรมเจียงซู-ฮ่องกง และทัส-โฮลดิงส์ ซูโจว ถือเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการทรัพยากรนวัตกรรมข้ามภูมิภาค เพื่อส่งเสริมกิจกรรมแลกเปลี่ยนระหว่างผู้ประกอบการ SME ของทั้งสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยนางสาวปณิตา ชินวัตร รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. เน้นย้ำว่าความร่วมมือครั้งนี้คือการสร้างแพลตฟอร์มนวัตกรรมร่วมกันระหว่างไทย จีนแผ่นดินใหญ่ และฮ่องกง เพื่อใช้เทคโนโลยีเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการสร้างโอกาสทางธุรกิจที่ไร้พรมแดนและเติบโตอย่างยั่งยืน

ด้านตัวแทนฝั่งจีน นางสาวเจิ้ง เสี่ยวหลิง ผู้นำสมาคมส่งเสริมความร่วมมือนวัตกรรมซูโจว-ฮ่องกง และนายหลิน ไคเซิน รองประธานอาวุโสทัส-โฮลดิงส์ ได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะใช้เมืองซูโจวและมณฑลเจียงซูเป็นฐานสนับสนุนให้ผู้ประกอบการได้เชื่อมโยงกับทรัพยากรคุณภาพสูงในไทย โดยทัส-โฮลดิงส์พร้อมจะนำนวัตกรรมล้ำสมัยและกลุ่มอุตสาหกรรมเกิดใหม่เข้ามาเสริมศักยภาพให้แก่ SME เพื่อขยายขีดความสามารถทางการแข่งขันในยุคที่ความร่วมมือไทย-จีนก้าวเข้าสู่การผนึกกำลังด้านเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ

ในช่วงการเสวนา นายอู๋ จวิ้นเหยา รองประธานสมาคมส่งเสริมความร่วมมือนวัตกรรมเจียงซู-ฮ่องกง ระบุว่าประเทศไทยมีบทบาทเป็น “ซูเปอร์คอนเนกเตอร์” หรือจุดเชื่อมต่อเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญสำหรับธุรกิจจีนในการขยายสู่ตลาดอาเซียน โดยเสนอให้มีการบูรณาการห่วงโซ่อุตสาหกรรมในเชิงลึกและการจัดตั้งศูนย์ความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษาเพื่อบ่มเพาะบุคลากรทักษะสูง ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนผ่านสถานะจากเพียงคู่ค้าไปสู่การเป็นพันธมิตรระยะยาวที่ “ร่วมสร้างอนาคต” ร่วมกัน

นอกจากนี้ ความสำเร็จจากการเยือนมณฑลเจ้อเจียงและเจียงซูของคณะผู้แทน สสว. ตลอด 3 วันที่ผ่านมา ยังนำไปสู่การลงนามความร่วมมือทางกลยุทธ์กับองค์กรชั้นนำอย่างอาลีบาบา (Alibaba) และการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์กับบริษัทนวัตกรรมแถวหน้าอีกมากมาย ความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้ไม่เพียงแต่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ทางการค้า แต่ยังเป็นการหลอมรวมวิสัยทัศน์ของไทยและจีนให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อส่งเสริมให้ SME ของทั้งสองประเทศก้าวสู่เวทีระดับสากลและเติบโตไปพร้อมกันอย่างมั่นคง