ในกลุ่มผลงานระดับมืออาชีพ คณะกรรมการได้คัดเลือกคู่มือนำเที่ยวคุณภาพสูง 150 รายการจากผลงานนำเสนอระดับเขตทั้งหมด 640 รายการ เพื่อเข้าสู่รอบสุดท้าย โดยมีการมอบรางวัลรวมทั้งสิ้น 100 รางวัล (แบ่งเป็นรางวัลชนะเลิศอันดับ 1-3 จำนวน 50 รางวัล และรางวัลประเภทเดี่ยว 50 รางวัล) ที่โดดเด่นคือเกือบ 1 ใน 3 ของผลงานเหล่านี้ได้รับการต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ พัฒนาเป็นแพ็กเกจท่องเที่ยวที่เปิดให้จองได้จริงเพื่อต้อนรับตลาดการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีน
ทางด้านภาคประชาชน กิจกรรมนี้ได้เปลี่ยนให้คนในท้องถิ่นกลายเป็นผู้ส่งต่อเรื่องราวของเมือง ผ่านวิดีโอบนแพลตฟอร์มโต่วอิน (Douyin) ที่มียอดวิวรวมทะลุ 250 ล้านครั้ง คอนเทนต์มีตั้งแต่การนำเสนอแลนด์มาร์กชื่อดังไปจนถึงการเปิดพิกัดสถานที่ลับที่น่าค้นหา ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ความมีชีวิตชีวาของเซี่ยงไฮ้สู่สายตาชาวโลก นอกจากนี้แคมเปญ “DiscoverShanghaiAtHalfPrice” ยังกลายเป็นกระแสไวรัลที่ช่วยปรับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเซี่ยงไฮ้ให้เป็นจุดหมายที่คุ้มค่าและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการใช้นวัตกรรม AI ในการแต่งเพลงประกอบการท่องเที่ยว ซึ่งมีบทเพลงใหม่เกิดขึ้นกว่า 1,600 เพลง มียอดการรับฟังกว่า 1.83 ล้านครั้ง นับเป็นการบูรณาการเทคโนโลยีและศิลปะเข้ากับการท่องเที่ยวได้อย่างล้ำสมัย ขณะที่กิจกรรมออฟไลน์ในช่วงวันหยุดปีใหม่ก็ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเช็กอินตามสถานที่ต่างๆ 351 แห่ง และเส้นทางท่องเที่ยวพิเศษ 28 เส้นทาง รวมกว่า 83,000 คน ภายในช่วงเวลาสั้นๆ เพียง 3 วัน
ความสำเร็จจากการประกวดครั้งนี้ยังส่งผลบวกโดยตรงต่อภาคธุรกิจ เห็นได้จากยอดการค้นหาที่พักและร้านอาหารในเซี่ยงไฮ้ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงตรุษจีนที่กำลังจะถึงนี้ เมืองเซี่ยงไฮ้ได้เตรียมจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวรวมกว่า 2,570 รายการ พร้อมโปรโมชันร่วมกับภาคเอกชนและแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ การประกวด “Discover Shanghai” จึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขัน แต่คือต้นแบบการสร้างสรรค์ร่วมกัน (Co-creation) ระหว่างประชาชน มืออาชีพ และภาครัฐ เพื่อเปลี่ยนทรัพยากรทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและยั่งยืน