ไทยโพสต์

เปิดฉากเทศกาลตรุษจีนปีม้า จีน-อาเซียนร่วมสร้างบรรยากาศแห่งมิตรภาพที่ยั่งยืน

ปี 2569 ตรงกับวาระครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์คู่เจรจาระหว่างจีน-อาเซียน และการก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 ของความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์แบบรอบด้าน โดยเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้มีการจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนภายใต้แนวคิด “Steeds Herald Spring, Blessings Fill ASEAN” ณ สำนักงานใหญ่อาเซียน กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย งานนี้ได้รับการสนับสนุนจากคณะผู้แทนจีนและมาเลเซียประจำอาเซียน พร้อมสำนักเลขาธิการอาเซียน โดยมีหน่วยงานภาครัฐและสื่อมวลชนจากเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงร่วมเป็นเจ้าภาพ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติกว่า 250 คนจากนานาประเทศและตัวแทนองค์กรระดับภูมิภาค

เปิดฉากเทศกาลตรุษจีนปีม้า จีน-อาเซียนร่วมสร้างบรรยากาศแห่งมิตรภาพที่ยั่งยืน

นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมตรุษจีน ณ สำนักงานใหญ่อาเซียน เพื่อสะท้อนถึงสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งผ่านหลักปรัชญา “ความกลมกลืนและการอยู่ร่วมกัน” ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ความร่วมมือของอาเซียน ภายในงานเต็มไปด้วยสีสันของศิลปวัฒนธรรมจากกว่างซี ตั้งแต่การร่ายรำที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของชนชาติจ้วง ไปจนถึงการบรรเลงดนตรีร่วมสมัยที่ผสานเครื่องดนตรีจีนอย่างเอ้อร์หูและซั่วน่าเข้ากับบทเพลงจากเกมดังระดับโลก ไฮไลต์ที่สร้างความประทับใจคือการร่วมบรรเลงดนตรีระหว่าง “มากู่หู” ของกว่างซีและ “กาเมลัน” ของอินโดนีเซีย ซึ่งสื่อถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างสองวัฒนธรรมได้อย่างงดงาม

นอกจากการแสดงแล้ว ภายในงานยังมีการเปิดตัว “สัปดาห์นิทรรศการวิดีโอสั้นเทศกาลตรุษจีน” เพื่อสื่อสารบรรยากาศแห่งความสุขผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล รวมถึงการจัดนิทรรศการและตลาดวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมกิจกรรมเขียนพู่กันจีน ศิลปะการตัดกระดาษ และลิ้มรสอาหารมงคลตามประเพณี อีกหนึ่งจุดเด่นคือการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะ AI และอุปกรณ์ AR จากกว่างซีมาช่วยทลายกำแพงทางภาษาและถ่ายทอดเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ซึ่งได้รับคำชื่นชมว่าสามารถสะท้อนภาพลักษณ์ความร่วมมือที่มุ่งสู่อนาคตร่วมกันระหว่างจีนและอาเซียนได้อย่างชัดเจน

นอกจากกิจกรรมในสำนักงานใหญ่แล้ว ยังมีการจัดกิจกรรม Pop-Up เพื่อส่งต่อความสุขให้กับประชาชนทั่วไป ณ สถานีรถไฟความเร็วสูงจาการ์ตา-บันดุง และศูนย์การค้าชั้นนำในกรุงจาการ์ตา โดยคณะนักแสดงได้นำการละเล่นพื้นบ้านและหุ่นกระบอกมาสร้างรอยยิ้มให้กับชาวอินโดนีเซียและนักท่องเที่ยว งานครั้งนี้ไม่เพียงแต่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากสื่อมวลชนระดับสากลกว่า 20 สำนัก แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการเผยแพร่คุณค่าของสันติภาพและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขให้ขจรขจายไปทั่วโลก