ความร่มรื่นของภูเขาแห่งนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนได้หลีกหนีจากความวุ่นวาย สายลมที่พัดผ่านนำพากลิ่นหอมของดอกบัว พรรณไม้ และไม้จันทน์จากอารามโบราณมาช่วยผ่อนคลายจิตใจ นักท่องเที่ยวสามารถนั่งพักผ่อนริมลำธาร ทำสมาธิใต้ร่มไม้ หรือเข้าร่วมกิจกรรมบำบัดด้วยคลื่นเสียงจากขันครวญกลางผืนป่าและใต้แสงดาว โดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง
ในปีนี้ยังได้มีการเปิดพื้นที่จัดแสดงใหม่ถึงสองแห่ง ได้แก่ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ซึ่งรวบรวมเรื่องราวสำคัญตลอดนับพันปี ทั้งประวัติศาสตร์นิกายฉานหนิวโถ่ว การเดินเรือของแม่ทัพเจิ้งเหอ และชัยชนะของแม่ทัพเย่ว์เฟย ณ ภูเขาหนิวโถ่ว และอีกแห่งคือพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมพุทธศาสนาแห่งหนานจิง ที่จัดแสดงมรดกวิถีเซนซึ่งสืบทอดมาอย่างยาวนานกว่า 1,800 ปี นอกจากนี้ ยังมีการผสานเทคโนโลยีดิจิทัลแสงและเงาเข้ากับงานหัตถกรรมพื้นบ้าน ทำให้ภูมิปัญญาประวัติศาสตร์กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ตลอดจนการจัดงานสัปดาห์วัฒนธรรมเส้นทางสายไหมทางทะเลในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อเจาะลึกการหลอมรวมทางวัฒนธรรมบนเส้นทางการค้าโบราณ ขณะที่กลุ่มเยาวชนก็สามารถร่วมเรียนรู้ผ่านกิจกรรมจำลองจิตรกรรมฝาผนังตุนหวงและศิลปะการตีแผ่นทองคำอันเป็นเอกลักษณ์ของหนานจิงได้เช่นกัน
เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า แสงไฟบริเวณตำหนักอุษณิสสร (Buddha Top Palace) จะสว่างไสวสะท้อนผืนน้ำ เปลี่ยนความยิ่งใหญ่น่าเกรงขามในยามกลางวันสู่ความงดงามชวนฝันในยามค่ำคืน นักท่องเที่ยวสามารถถือแผนที่ออกสำรวจและร่วมพูดคุยกับเหล่า NPC ที่สวมบทบาทเป็นช่างฝีมือโบราณ เพื่อสะสมตราประทับแลกของที่ระลึกสุดสร้างสรรค์ บริเวณสวนด้านหน้ายังมีการแสดงในธีมดอกบัวอันงดงาม นำโดยเหล่าเทพธิดา พร้อมภาพจำลองกวีโบราณ ประกอบเสียงดนตรีจากกู่เจิงและขลุ่ยไม้ไผ่ที่ช่วยจำลองบรรยากาศค่ำคืนฤดูร้อนตามแบบฉบับจีนโบราณได้อย่างสมบูรณ์แบบ
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรม ค่ำคืนของที่นี่ยังมีเส้นทางประดับไฟรอบภูเขาระยะทาง 3.6 กิโลเมตรให้ได้วิ่งออกกำลังกาย รวมถึงการแสดงดนตรีสดบนลานหญ้าใต้แสงดาวที่สร้างบรรยากาศปาร์ตี้กลางแจ้งอันผ่อนคลาย ในช่วงสุดสัปดาห์ ภูเขาแห่งนี้ยังกลายเป็นพื้นที่แห่งความสุขของครอบครัวที่พากันมารับลมเย็น โดยเด็ก ๆ จะได้สนุกสนานกับการเรียนรู้งานหัตถกรรมและซึมซับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ท่ามกลางพระราชวังที่ประดับไฟอย่างตระการตา
ภูเขาหนิวโส่วซานในช่วงกลางฤดูร้อนนี้จึงเปี่ยมไปด้วยมนตร์เสน่ห์ที่ครบครัน ตั้งแต่การทำสมาธิและเรียนรู้วัฒนธรรมในยามกลางวัน ไปจนถึงการชมแสงสีและศิลปะโบราณในยามค่ำคืน นับเป็นการใช้ธรรมชาติเป็นฉากหลังและใช้วัฒนธรรมเป็นจิตวิญญาณ เพื่อส่งต่อประวัติศาสตร์นับพันปีสู่ผู้มาเยือนอย่างอบอุ่นและมีชีวิตชีวา ขอเชิญชวนทุกท่านหลีกหนีความวุ่นวายของการจราจรในเมืองใหญ่ มาสัมผัสสายลม ท้องฟ้าพร่างดาว และความสงบเงียบตามวิถีเซน เพื่อค้นพบความผ่อนคลายอย่างลึกซึ้ง ณ ผืนป่าแห่งขุนเขาเมืองหนานจิง