การจัดแสดงนิทรรศการถาวรนี้รวบรวมสิ่งของกว่า 1,000 ชิ้นที่ได้รับบริจาคจากทั้งจีนและสหรัฐอเมริกา เพื่อรำลึกถึงมิตรภาพระหว่างสองประเทศในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งมีกลุ่ม Flying Tigers หน่วยนักบินอาสาสมัครชาวอเมริกันเข้าร่วมต่อสู้เคียงข้างกองทัพจีน
จากรุ่นสู่รุ่น
คลิฟฟอร์ด เรย์ ลอง จูเนียร์ ลูกชายของคลิฟฟอร์ด เรย์ ลอง อดีตนักบิน Flying Tiger เปิดเผยว่า ครอบครัวของเขามาเยือนจีนถึงสามรุ่นแล้ว โดยมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายของบิดาในโอกาสกลับมาเยือนจีนเมื่อปี 2547 และภาพของตัวเขาเองกับหลานชายที่กำแพงเมืองจีนในปี 2566 ติดแสดงในพิพิธภัณฑ์
ลอง จูเนียร์ เล่าวว่า บิดาของเขาเข้าร่วมกลุ่ม Flying Tigers ตั้งแต่อายุ 19 ปี และบินปฏิบัติภารกิจทั้งหมด 104 ครั้ง รวมถึงภารกิจสุดอันตรายครั้งหนึ่งที่เครื่องบินของบิดาถูกเครื่องบินญี่ปุ่น 13 ลำโจมตี ก่อนที่บิดาจะสามารถควบคุมเครื่องและนำลงจอดฉุกเฉินได้สำเร็จ แม้เครื่องบินจะได้รับความเสียหายอย่างหนักก็ตาม
ลิ่งของเล่าเรื่อง
เวอร์จิเนีย ลินน์ คริปป์เนอร์ หลานสาวของ ฮาวเวิร์ด ลินคอล์น คริปป์เนอร์ อดีตนักบิน Flying Tiger อีกราย ได้บริจาคแจกันที่ชาวจีนเคยมอบให้คุณลุงของเธอ ด้วยความหวังว่าสิ่งของเหล่านี้จะช่วยให้คนมากขึ้นเรียนรู้ประวัติศาสตร์และเรื่องราวแห่งมิตรภาพที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
อดีตสู่ปัจจุบัน
หม่า ควานฉี รองประธานองค์การประวัติศาสตร์ Flying Tiger ในสหรัฐฯ กล่าวถึงช่วงเวลาที่ทหารผ่านศึกอเมริกันได้พบกับชาวจีนที่เคยช่วยชีวิตพวกเขาในสมัยสงคราม โดยอธิบายว่า “พวกเขาลุกขึ้นทำความเคารพ สวมกอดกันด้วยน้ำตา ซึ่งนั่นคือมิตรภาพที่แท้จริง”
เจฟฟรีย์ กรีน ประธานมูลนิธิมรดกการบินจีน-อเมริกัน ประกาศแผนการพานักเรียนอเมริกันไปยังโรงเรียนมิตรภาพ Flying Tiger ในจีนปีหน้า เพื่อส่งเสริมความเข้าใจในประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สองและความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้งสองชาติ
นิทรรศการนี้เปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรีในระยะยาว โดยมีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับบทบาทของ Flying Tigers ในการสนับสนุนจีนต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง